ขอเชิญ Download
 Wallpaper for desktop
เพื่อเป็นศิริมงคล
และเป็นการเฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ลำดับที่ ๒๕
 
"บิ๊กบัง" โปรดระวัง! เกมชิงเหลี่ยมเด้ง
ผบ.ทบ.เข้าทำเนียบฯ


ในที่สุดภาพสะท้อนแห่งการ "หมดความอดทน" ของกระแสสังคมต่อบริบท
ของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็ปรากฏอย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อก่อนเที่ยงวันนี้ (8 พ.ค.) แกนนำสมัชชาประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัด
ยกขบวนเข้ายื่นหนังสือเรียกร้องต่อ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน
ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)
เพื่อขอให้ปลด พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

การเคลื่อนไหวของสมัชชาประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัด
ซึ่งเป็นแนวร่วมสำคัญของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในภาคอีสาน
ที่นำโดย นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ - อ.สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์
และ ท.พ.ศูภผล เอี่ยมเมธาวี  ครั้งนี้
เป็นการเคลื่อนไหวเชิง "เบิกฤกษ์" แก่เครือข่ายแนวร่วมพันธมิตรฯ
ที่จะเคลื่อนตามมาเป็นระลอก จึงถือเป็นการ "จุดชนวน"
ที่ต้องจับตาต่อไปอย่างใกล้ชิด

อีกด้านหนึ่งในช่วงบ่ายวันนี้ กลุ่มบุคคลที่เรียกตัวเองว่า
"ข้าฯ แผ่นดินผู้จงรักภักดี"
 ได้จัดเวทีเสวนาและแสดงความคิดเห็นเรื่อง
"หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ : ความปวดร้าวของพสกนิกรชาวไทย"
ที่คณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

"สายสืบภาคประชาชน" ได้ยินว่าเบื้องหลังที่มาของการเสวนาครั้งนี้
สืบเนื่องมาจาก "ความปวดร้าว" ของผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหลายๆ ท่าน
ที่สุดจะทนต่อความไม่กระตือรือร้นของรัฐบาล
ในการปกป้องพระเกียรติและรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพ

ทั้งในกรณีคดี "จาบจ้วงเบื้องสูง" ของอดีตนายกรัฐมนตรี "ทักษิณ ชินวัตร"
รวมทั้งการไม่เอาใจใส่ต่อเว็บไซต์ทั้งในในและนอกประเทศ
ที่ส่อเจตนาลบหลู่ จาบจ้วง
และวิพากษ์วิจารณ์เชิงยุยงปลุกปั่นบั่นทอนความจงรักภักดีต่อสถาบันสูงสุด

ราวกับว่ารัฐบาลนี้ซึ่งเป็นผลิตผลแห่งการโค่นล้ม "ระบอบทักษิณ"
ไม่ยินดียินร้ายต่อเหตุผลสำคัญข้อหนึ่งของ คมช.ในการโค่นล้ม "ระบอบทักษิณ"
ที่ว่า...

"...การวิพากษ์วิจารณ์โจมตีรัฐบาลและบุคคลในคณะรัฐบาลด้วยข้อกล่าวหาต่างๆ
ยังคงมีอย่างต่อเนื่องและรุนแรงมากขึ้นสิ่งที่ประชาชนผิดหวังอย่างหนักคือ
รัฐบาลมิได้อธิบายชี้แจงข้อกล่าวหาให้ครบถ้วนถ่องแท้เป็นที่พอใจ
รวมทั้งมิได้มีการนำผู้ถูกกล่าวหามาดำเนินคดีในระหว่างนั้น
ยังมีการพูดจาพาดพิงจาบจ้วงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์
เพื่อประกอบข้ออ้างข้อเถียงหรือเหตุผลของตน
จนนำไปสู่การผลัดกันกล่าวโทษเป็นคดีอาญาหลายคดีและในหลายท้องที่ว่า
อีกฝ่ายหนึ่งหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
คดีเหล่านั้นยังค้างอยู่ในชั้นสอบสวนและศาลเป็นอันมาก
อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประเทศไทย

ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า
ในประเทศที่เคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดี
และในปีมหามงคลที่ทุกคนสวมเสื้อสีเหลือง
โบกธงสัญลักษณ์งานพระราชพิธีทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
จะแตกแยกความคิดในเรื่องนี้ได้ถึงปานนี้
ทั้งที่ควรจะยึดมั่นอยู่ในหลักความรู้รักสามัคคี
ขณะเดียวกันก็เกิดความรู้สึกขึ้นในหมู่ประชาชนว่า
รัฐบาลมิได้ดำเนินการเพื่อรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพเท่าที่ควร..."


"การที่สถาบันพระมหากษัตริย์ถูกนำมากล่าวพาดพิงถึงในที่ลับและที่แจ้ง
ในลักษณะที่หมิ่นเหม่หรือแอบอ้างเช่นนี้
เหมือนจะหยั่งเชิงให้เกิดความเคลือบแคลงใจและกระทบกระเทือน
ต่อความจงรักภักดีในสถาบันที่ดำรงมายาวนานคู่กับประวัติศาสตร์ชาติไทย
กรณีดังกล่าวนี้เป็นที่อึดอัดและขัดเคืองอย่างยิ่งในหมู่ทหารและพสกนิกร
ผู้มีความจงรักภักดีจนมีการวิพากษ์วิจารณ์จากปากต่อปากทั่วไป
โดยหวังจะได้ยินคำชี้แจงที่ชัดเจนกอปรด้วยหลักฐาน
แต่ก็ไม่ปรากฏ..."
(ตอนหนึ่งจากสมุดปกขาว คมช. :
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิรูปการปกครองในประเทศไทย
 เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549)

ว่าที่จริงแล้ว "ความปวดร้าว" ของพกสนิกรชาวไทยดังกล่าว
ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในรัฐบาลซึ่งมีผู้นำเป็นถึง "อดีตองคมนตรี"
ทั้งเป็นผู้ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณและไว้วางพระราชหฤทัย
เนื่องเพราะชาติตระกูล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ คือ "หลานตา" ของ
พระยาศรีวิศาลวาจา (ดิ่น ท่าราบ) ขุนพลมือขวาของ พ.อ.พระยาทรงสุรเดช
ผู้พลีชีพพร้อมนายในการก่อรัฐประหารเพื่อมุ่งชิงอำนาจจาก "คณะราษฎร"
คืนราชวงศ์จักรี เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2481 หากแต่ไม่สำเร็จจึงเรียกว่า
"กบฏพระยาทรง"


นอกเหนือจากการยื่นหนังสือเรียกร้องต่อ ประธาน คมช.ดังกล่าวแล้ว
ตัวแทนสมัชชาประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัด
ยังได้แยกเดินสายไปยื่นสำเนาหนังสือดังกล่าวต่อ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
ประธานองคมนตรี รวมทั้งยื่นหนังสือเรียกร้องต่อ พล.อ.สุรยุทธ์
เพื่อขอให้พิจารณาตัวเองด้วย

สายสืบฯ เห็นว่าการยื่นหนังสือต่อ "ป๋าเปรม" คงไม่มีประโยชน์ "ทางตรง"
เนื่องจากประธานองคมนตรีไม่อยู่ในฐานะจะยุ่งเกี่ยวกับ "การเมือง"
หากแต่ในความเป็นปัจเจกอาจมีประโยชน์ "ทางอ้อม" อยู่บ้าง ในฐานะที่
พล.อ.สุรยุทธ์ คือ "ลูกรัก" คนหนึ่งที่ "ป๋าเปรม" เอื้ออาทรมาตลอด แม้เกือบ 2
เดือนก่อนหน้านี้สื่อมวลชนยังวิพากษ์วิจารณ์ว่า "ป๋าอุ้มฤาษี" อย่างชัดเจน

กระทั่งสัปดาห์ก่อนจึงมี "ข่าวลือ" จากเว็บไซต์ "ลิ่วล้อทักษิณ" ทำนองว่า
"ยุทธ์ไม่ยอมรับโทรศัพท์จากป๋า เพราะรู้ว่าจะถูกขอให้ลาออก"
ข่าวนี้แม้จะไม่ปรากฏกว้างขวางในสื่อกระแสหลัก แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่า
พล.อ.สุ รยุทธ์ ได้ยืนยันอีกครั้งในการ Miss The Press สื่อทำเนียบฯ
ครั้งล่าสุดทำนองว่า "ยังไงๆ ก็ไม่ไขก๊อก"

สายสืบฯ เช็กข่าวจาก "แหล่งข่าว" ย่านสี่เสาเทเวศร์ ก็ได้รับการคอนเฟิร์มว่า
ก่อนหน้านี้ "ป๋า" ให้เด็กต่อสายถึง "พี่แอ้ด" หลายครั้งแต่ไม่เจอ
และไม่อาจยืนยันได้ว่า "ป๋าจะคุยเรื่องอะไร"!?

ดังนั้น จึงน่าเชื่อว่าหนังสือเรียกร้องของสมัชชาฯ ที่ต้องการให้
พล.อ.สุรยุทธ์ พิจารณาตัวเอง หรือ "เสียสละเพื่อชาติ" ส่อแววเป็น "หมัน"
ตั้งแต่ยังไม่ทันยื่นด้วยซ้ำ


ทางออกของปัญหานี้จึงน่าจะตกหนักที่การตัดสินใจของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน
ในฐานะประธาน คมช. ว่าจะใช้อำนาจเดียวที่ยังคงเหลืออยู่ตามรัฐธรรมนูญ
(ฉบับชั่วคราว) มาตรา 14 วรรคสาม ที่ว่า "การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
และการให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งให้ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ" หรือไม่?

หรือหากชักช้าแบบ "กว่าถัวจะสุกงาก็ไหม้" โดยรอให้เกิดเหตุรุนแรงในภาคใต้
หรือเกิดวินาศกรรมร้ายแรงบริเวณจุดล่อแหลมในกรุง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน
ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก อาจถูกนายกรัฐมนตรีชิงย้ายไปนั่ง
"ดูแลปัญหาความมั่นคง" ในทำเนียบรัฐบาลเสียก่อน

ถึงตอนนั้นจริง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คง "ขำกลิ้ง" ยิ่งกว่าตอนที่ตน "ถูกขำ"
เมื่อเข้ารับตำแหน่งนายกสมาคมนักกอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม สายสืบฯ ได้รับรายงานจากกัลยาณมิตรที่เข้าร่วมยื่นหนังสือต่อ
พล.อ.สนธิ ที่กองบัญชาการกองทัพบกวันนี้ว่า ท่าทีของประธาน
คมช.ดูเหมือนเข้าใจต่อสถานการณ์ที่ยุ่งเหยิงบ้านเมืองและความอึดอัดของประชาชน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแกนนำสตรีบางคนที่ถึงกับหลั่งน้ำตาอย่างอัดอั้นต่อขบวนการที่จ้องทำร้ายทำลายสถาบันสูงสุดอย่างต่อเนื่อง

ประธาน คมช. ได้ย้ำด้วยสีหน้าและแววตาขื่นขมไม่แพ้กันในความเป็น
"ทหารของพระเจ้าอยู่หัว" ว่า "ขอให้พวกเราอดทน อีก 2-3 จะชัดเจนขึ้น"!?

ส่วน "อะไร" จะชัดเจนขึ้นนั้น คงต้องติดตามกันต่อไปครับ...

ด้วยจิตคาระวะ
สายสืบภาคประชาชน (8/05/2550)

ที่มา : http://www.oknation.net/blog/Anti-Corruption/2007/05/08/entry-1
 
 

 

webmaster@padusa.org
เชิญเขียนถึงผู้เขียนบทความนี้