เปิดร่างพรบ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติพ.ศ. - เจ้าหน้าที่รัฐปราบม็อบการเมืองให้พ้นผิด
ร่างพ.ร.บ.ปรองดอง ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติพ.ศ. …
หมายเหตุ ‘ข่าวสด’ : พล.อ.สนธิ บุญยรัตนกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ได้เสนอร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติพ.ศ. โดยได้ระบุถึงเหตุผลและความจำเป็นในการเสนอกฎหมายดังกล่าว สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้รับเมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2555 เวลา 14.45 น.โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
หลักการและเหตุผล
โดยที่ได้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบและความรุนแรงในประเทศในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาโดยเฉพาะเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อเดือนเม.ย.-พ.ค.2553จนนำไปสู่การสูญเสียชีวิตการบาดเจ็บทางร่างกายและจิตใจผู้ต้องหาและจำเลยจึงไม่ใช่เป็นผู้ร้ายหรืออาชญากรดังเช่นคดีอาญาปกติการยึดทำอำนาจการปกครองแผ่นดินเมื่อวันที่19 ก.ย.2549 ที่ผ่านมา รวมถึงการยุบพรรคการเมืองและการเพิกถอนสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคที่มิได้ส่วนรู้เห็นกับการกระทำความผิดทำให้เกิดข้อวิจารณ์เกี่ยวกับความสอดคล้องกับหลักนิติธรรมของกลไกต่างๆของรัฐกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
ประกอบกับได้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงกระทบกระเทือนต่อขวัญและกำลังใจของคนในชาติตลอดจนความสงบสุขของบ้านเมืองอีกครั้งหนึ่งประชาชนทั่วไปต้องการให้บ้านเมืองเกิดความปรองดองสมานฉันท์หันหน้าเข้าหากันแปลงวิกฤติครั้งนี้ให้เป็นโอกาสเพื่อฟื้นความสงบสุขและความเชื่อมั่นของคนในชาติรวมทั้งนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศให้กลับคืนมา
จึงสมควรใช้หลักเมตตาธรรมด้วยการให้อภัยและให้โอกาสกับทุกฝ่ายซึ่งล้วนมีเจตนาดีต่อชาติบ้านเมืองอันเป็นไปตามประเพณีที่ประเทศไทยเคยปฎิบัติมาแล้วหลายครั้งและเป็นไปตามมาตรฐานสากลด้วยการนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดอันมีสาเหตุตจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ได้กระทำระหว่างวันที่15ก.ย.2548จนถึงวันที่10พ.ค.2554 และเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมาด้วยการคืนความชอบธรรมให้แก่ผู้ถูกดำเนินคดีโดยกระบวนการต่างๆที่เกิดขึ้นตามประกาศหรือคำสั่งของคณะปฎิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(คปค.)หรือคำสั่งของหัวหน้าคปค.ที่มิได้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมตามปกติหรือขัดต่อหลักนิติธรรม
อันเป็นการผดุงรักษาไว้ซึ่งระบบนิติธรรมและกระบวนการยุติธรรมของประเทศที่สากลให้การยอมรับรวมทั้งการคืนสิทธิทางการเมืองให้กับกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่มิได้มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำความผิดอันเป็นเหตุให้มีการยุบพรรคการเมืองนั้นเพื่อให้โอกาสแก่ทุกฝ่ายได้เข้ามาใช้ความรู้ความสามารถของตนร่วมกันแก้ไขปัญหาและนำพาประเทศให้ก้าวข้ามความขัดแย้งครั้งนี้ไปสู่สันติภาพและความมั่นคงสืบไปจึงจำเป็นต้องตราพ.ร.บ.นี้
สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.
มาตรา 3 ให้บรรดาการกระทำใดๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2548 จนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 หากมีการกระทำใดเป็นความผิดตามกฎหมาย ให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดต่อไป และให้ผู้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง
การกระทำตามวรรคหนึ่งให้หมายความถึงการกระทำของบุคคลดังต่อไปนี้
(1)การกระทำทั้งหลายของบุคคลที่เกิดจากการชุมนุมทางการเมืองหรือการแสดงออกทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายที่ห้ามการชุมนุมการกล่าววาจาหรือโฆษณาด้วยวิธีใดเพื่อเรียกร้องหรือให้มีการต่อต้านรัฐ การต่อสู้ขัดขืนการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือการประท้วงด้วยวิธีใดๆอันเป็นการกระทบต่อร่างกายหรือทรัพย์สินของบุคคลอื่นซึ่งเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองหรือการแสดงออกทางการเมือง
(2)การกระทำทั้งหลายของเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลใดๆอันเกี่ยวเนื่องกับการป้องกันระงับหรือปราบปรามในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองการแสดงออกทางการเมืองหรือการกระทำใดที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำดังกล่าว
มาตรา4เมื่อพ.ร.บ.นี้มีผลใช้บังคับแล้ว ถ้าผู้กระทำการตามมาตรา 3 อยู่ในระหว่างการสอบสวนให้ผู้มีอำนาจสอบสวนระงับการสอบสวนผู้นั้น ถ้าอยู่ในระหว่างการฟ้องร้องให้พนักงานอัยการหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องระงับการฟ้องหรือให้ถอนฟ้อง ถ้าผู้นั้นอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดี ถ้าได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิด ถ้าผู้นั้นรับโทษอยู่ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลงและปล่อยตัวผู้นั้น
มาตรา 5 ให้ถือว่าบุคคลที่ได้รับผลระทบจากการดำเนินการหรือการปฏิบัติทั้งหลายขององค์กรหรือคณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งโดยประกาศหรือคำสั่งของคปค.หรือคำสั่งของหัวหน้าคปค.ซึ่งได้ยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินเมื่อวันที่19กันยายน พ.ศ. 2549หรือการดำเนินการหรือการปฏิบัติทั้งหลายขององค์กร หรือหน่วยงานอื่นใดอันเป็นผลสืบเนื่องจากการดำเนินการหรือการปฏิบัติขององค์กรหรือของคณะบุคคลดังกล่าว มิได้เป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือเป็นผู้กระทำความผิด โดยให้นำความในมาตรา 4 มาใช้บังคับโดยอนุโลม และให้องค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติต่อบุคคลที่ได้รับผลกระทบนั้นให้เป็นไปตามหลักนิติธรรมต่อไป
สำหรับรายชื่อที่ร่วมสนับสนุนร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการปรองดองแห่งชาติพ.ศ….
ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนาส.ส.ร่วมลงชื่อทั้งพรรค19 คน ประกอบด้วย นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี นายชยุต ภุมมะกาญจนะ ส.ส.ปราจีนบุรี นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร ส.ส.นครปฐม นายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี นายตุ่น จินตเวช ส.ส.อุบลราชธานี นายยุทธพล อังกินันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ น.ส.พัชรี โพธสุธน ส.ส.สุพรรณบุรี นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตรร ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายธานินทร์ ใจสมุทร ส.ส.สตูล นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ ส.ส.พิจิตร นางปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี นายนพดล มาตรศรี ส.ส.สุพรรณบุรี นายสรชัด สุจิตต์ ส.ส.สุพรรณบุรี นายชุมพล ศิลปอาชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร
พรรคชาติพัฒนา 6 คนประกอบด้วย นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล ส.ส.นครราชสีมา ร.ต.ประพาส ลิมปะพันธุ์ นายประเสริฐ บุญชัยสุข ส.ส.นครราชสีมา นายประสาท ตันประเสริฐ ส.ส.นครสวรรค์ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส.นครราชสีมา นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ส.ส.นครราชสีมา
พรรคพลังชล 6 ประกอบด้วย นายสันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายพันธุศักดิ์ เกตุวัตถา นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายสุชาติ ชมกลิ่น นายอุกฤษณ์ ตั๊นสวัสดิ์ นายรณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี
พรรคเพื่อไทย พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ
พรรคประชาธิปไตยใหม่ นางพัชรินทร์ มั่นปาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ
พรรคมหาชน นายอภิรัต ศิรินาวิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ
