• Home
  • Facebook
  • กระแสข่าว
  • ติดต่อ – โฆษณา
  • ภาพกิจกรรม
  • ลิงค์ เว็ป อื่น ๆ
  • วีดีโอ LA Concert
  • ASTV ทีวีของประชาชน

วิกฤตการณ์ท่อน้ำมันแตกในอ่าวเม็กซิโก

พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์ Add comments

 

            ยังกอบกู้ให้กลับมาปกติไม่ได้ครับ สำหรับสถานการณ์ท่อน้ำมันดิบใต้ท้องทะเลลึกของบริษัทบีพี(BP)แตก(ระเบิด) นอกฝั่งสามเหลี่ยมมิสซิสซิปปี้ ในมหาสมุทรแอตแลนติก หรือพูดให้แคบเข้ามา ก็คือ บริเวณอ่าวเม็กซิโก ห่างจากฝั่งรัฐมิสซิสซิปปี้ ลุยเซียนา เท็กซัส และบางส่วนของอลาบามา ตลอดถึงด้านอ่าว(เบย์)ของรัฐฟลอริดา ไม่มากนัก

           ทั้งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของอเมริกันทั้งรัฐและเอกชน ได้พยายามเร่งดำเนินการแก้ปัญหา 2 ส่วน คือ ส่วนแรก การมุ่งปิดท่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว 21 นิ้วที่ระบิดแตกเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำมันจำนวนมากไหลทะลักออกมาและลอยขึ้นเหนือผิวน้ำทะเล และส่วนที่สอง การจัดการเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทะเลและชายฝั่ง ที่ได้กำลังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง  กรณีที่เกิดขึ้น ไม่เคยมีปรากฎมาก่อนในประวัติศาตร์การรั่วไหลของน้ำมันในดินแดนอเมริกา

           ทั้งกล่าวได้ว่า เป็นการทำงานด้านเทคนิควิศวกรรมเพื่อที่จะปิดท่อน้ำมันที่แตกทะลักอยู่ใต้น้ำลึก ที่ยากและอันตรายที่สุดเท่าที่เคยมีมา ไม่คล้ายกับการปิดท่อน้ำมันที่แตกบนบกแต่อย่างใดเลย

           ที่สำคัญสุด คือ ช่วงนี้ เป็นเป็นฤดูกาลของพายุเฮอริเคน ที่อันตรายและมีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งนั่นก็จะทำให้ระยะเวลาในการกอบกู้เพื่อปิดท่อน้ำมันที่แตกต้องยืดออกไปอีก

           นอกเหนือจากการเสียชีวิตของคนงานจำนวน 11 คนในช่วงวันแรกของเหตุการณ์ โดยพวกเขาทำงานให้กับแท่นเจาะ ดีพวอเตอร์ เฮอไรเซ่น(Deepwater Horizon) แต่ยังเชื่อกันว่า ผลกระทบด้านสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อความเป็นอยู่ของผู้คนในบริเวณชายฝั่งอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านประมง ด้านท่องเที่ยวและด้านโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากคราบน้ำมันจำนวนมหาศาลที่กำลังไหลทะลักออกมาไม่หยุดหย่อน

           ประมาณกันว่า น้ำมันดิบราว 20 ถึง 40 ล้านแกลอน ได้ไหลทะลักออกสู่บริเวณอ่าวเม็กซิโก เทียบกับจำนวน 11 ล้านแกลอนของเหตุการณ์ที่เคยเกิดกับแท่นเจาะของเอ็กซอน เวลแดซ(Exxon Valdez) ซึ่งแตกบริเวณนอกฝั่งรัฐอลาสก้า เมื่อปี 1989 แล้ว จำนวนต่างกันลิบลับ

           ดีพวอเตอร์ เฮอไรเซ่น เจ้าของ คือ บริษัททรานส์โอเชียน (Transocean Ltd.) ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทน้ำมันข้ามชาติบีพี ได้ขอเช่าซื้อกิจการ และดำเนินการขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งมีอยู่ในปริมาณมากในอ่าวเม็กซิโก ทั้งเขตติดต่อกับประเทศเม็กซิโก จากฝั่งตะวันออกของอเมริกาตลอดถึงทะเล”แคริบเบียน” ซึ่งถือว่าเป็นดินแดน(หมู่เกาะ)สวรรค์ของบรรดานักเที่ยวอเมริกัน

          ตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุ ได้มีความพยายามของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมการป้องกันและกำจัดคราบน้ำมันที่เกิดขึ้น บางส่วนถูกลมพัดเข้าหาฝั่งในหลายๆรัฐ บริเวณสามเหลี่ยม(ปากแม่น้ำ)มิสซิสซิปปี้  ซึ่งครอบคลุมพื้นที่จำนวนมาก หลายรัฐดังกล่าว

          ล่าสุด สำนักงานจัดการควบคุมด้านสมุทรและสภาพอากาศของอเมริกาหรือ “NOAA” ได้ประกาศเพิ่มพื้นที่ควบคุมหรือพื้นที่ห้ามทำการประมงกว้างเป็น 61,854 ตารางไมล์ หรือคิดเป็นพื้นที่ราวๆ 26 เปอร์เซ็นต์ของอ่าวเม็กซิโก เนื่องจากเชื่อว่าสภาพที่เกิดขึ้น ทำให้ปลาตายและมีสารพิษปนเปื้อนอยู่เป็นจำนวนมาก

            สภาพดังกล่าว  หากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่สามารถอุดท่อน้ำมันทั่วได้ จะส่งผลต่อระบบนิเวศน์ของพื้นที่มหาสมุทรและชายฝั่งอย่างรุนแรงและกระทบต่อเนื่องไปอีกหลายปี

           ข้อเท็จจริงสำหรับพื้นที่ชายฝั่งรัฐมิซิสซิปปี้ และลุยเซียน่า ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้จุดเกิดเหตุมากที่สุด คือ เป็นแหล่งของทรัพยากรสัตว์น้ำ รวมทั้งการเพาะพันธุ์ หรือวางไข่ของสัตว์ทะเล จัดเป็นพื้นที่ลุ่ม มีน้ำขังตลอดทั้งปี

            ในส่วนชาวบ้านอเมริกันเองขณะนี้  ได้มีการรวมตัวกัน เป็นทั้งอาสาสมัคร และรับจ้างจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะจากบริษัทบีพีเอง เพื่อทำความสะอาดพื้นที่บริเวณชายฝั่งที่ได้รับกระทบทั้งหมด โดยคนที่เข้าร่วมเหล่านี้ จะได้รับการฝึกอบรมฟรีจากบีพีก่อน

           NOAA ระบุในรายงานคาดการณ์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า คราบน้ำมันอีกจำนวนมากจะเข้าถึงฝั่งในวันพุธ(2 มิ.ย.)และได้เตรียมการสำหรับการขจัดคราบได้แล้ว แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่า จะได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์

          ขณะเดียวกันในระดับรัฐบาลกลางเอง ประธานาธิดี บารัก โอบามา ได้ให้ความสำคัญต่อ เรื่องนี้อย่างมาก ด้วยการประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระติดตามและสืบสวนกรณีที่เกิดขึ้น โดยมี ซีเนเตอร์บ๊อบ เกรแฮม อดีตผู้ว่าการรัฐฟลอริดา เป็นประธาน

          สำหรับเรื่องคดี มีหลายฝ่ายบอกว่า คงต้องมีการดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ของบริษัทบีพี หน่วยงานเอกชนและหน่วยรัฐที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องตามกฎหมายควบคุมมลพิษและกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ แม้ว่าเรื่องนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่

         “การตัดสินใจทำธุรกิจใดๆ ที่ผิดพลาด แล้วผลออกมาแย่  ไม่ได้หมายความว่า จะเป็นเรื่องอาชญากรรม ไปเสียทั้งหมด” สตีเฟน ไรอัน อดีตอัยการและหนึ่งในอดีตเจ้าหน้าที่สืบสวนของสภาคองเกรส ระบุ

         เปรียบเทียบกับกรณีเหตุการณ์รั่วไหลของน้ำมันของบริษัทเอ็กซอนเวลแดซ นอกฝั่งอลาสก้า เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งเกิดขึ้นเพราะเจ้าหน้าที่เมา ศาลตัดสินให้เป็นคดีลหุโทษ ด้วยการปรับเพียง 50,000 เหรียญ และให้ทำงานบริการชุมชน 1,000 ชั่วโมง

         อีกคดีที่เกิดขึ้นในอเมริกาเมื่อปี 2007  กรณี ฟลีท แมนเนจเมนท์(Fleet Management Ltd.) บริษัทขนส่งน้ำมันจากฮ่องกง ทำน้ำมันรั่ว ใต้เบย์เบริดจ์ ซึ่งเป็นสะพานเชื่อมฝั่งซานฟรานซิสโก กับฝั่งโอ๊คแลนด์(แคลิฟอร์เนีย) เหตุการณ์ครั้งนั้นศาลสั่งปรับบริษัทฯเป็นเงิน 10 ล้านเหรียญ และสั่งจำคุกคนขับเรือที่รับสารภาพ ฐานกระทำโดยประมาท เป็นเวลา10 เดือน

         หลายเรื่องเกี่ยวกับกิจการน้ำมันในอเมริกา ที่กำลังได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ภายหลังเหตุการณ์ฯ เช่น การบริหารจัดการด้านกองทุนน้ำมันที่เงินเก็บจากสมาชิก ผลก็คือ บริษัทน้ำมันอาจต้องถูกเก็บเงินในอัตราที่สูงขึ้น เพราะเวลานี้ทั้งรัฐบาลและบีพีใช้เงินเพื่อกอบกู้วิกฤตการณ์ในครั้งนี้ไปแล้วจำนวนมาก และแทบจะไม่พอ ต้องวิ่งหาแหล่งเงินกันให้วุ่น แม้ในกระทั่งในท้ายที่สุด ก็ต้องเอาเงินภาษีของคนอเมริกันมาใช้ จนหลายฝ่ายเริ่มเป็นกังวล ในยามที่เศรษฐกิจอเมริกันเริ่มฟื้นตัวได้บ้าง

       นอกจากนี้ ในเรื่องการเพิ่มภาษีน้ำมันก็กำลังได้รับความสนใจและพิจารณาเช่นเดียวกัน

       เหนืออื่นใด เหตุการณ์ครั้งนี้ ยังได้สร้างความกังวลใจต่อระบบการป้องกันและรักษาความปลอดภัยของบรรดาแท่นเจาะน้ำมันทั้งในอเมริกาและทั่วโลกว่า มีระบบและมาตรฐานที่ดีเพียงพอที่จะป้องกันการเกิดอุบัติเหตุหรือไม่?เพราะผลกระทบที่เกิดจากการรั่วไหลของน้ำมันส่งผลต่อสภาพแวดล้อมริมฝั่ง และในมหาสมุทรนานต่อเนื่องหลายปี

       สื่อมวลชนอเมริกันเองได้เกาะติดสถานการณ์นี้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพการตกงานของชาวประมงอเมริกันในหลายรัฐในเขตสามเหลี่ยมมิสซิสซิปปี้ รัฐบาลโอบามาอาจต้องชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วส่วนหนึ่งก่อน แล้วจึงไปเรียกเอากับบริษัทบีพี

       แต่ความเสียหายที่คาดว่า จะขยายเป็นวงกว้างนั้น คาดว่าลำพังบีพีเอง คงไม่สามารถชดเชยได้ทั้งหมด แหละนี่เป็นเหตุให้หุ้นของบีพีตกฮวบลงเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนเริ่มกังวลต่อสถานะทางการเงินละกิจการของบีพี

       เพราะมูลค่าเสียหายที่เกิดขึ้น อาจไต่ขึ้นไปถึงพันล้านเหรียญ รวมทั้งความเสียหายด้านสภาพแวดล้อมที่ยาวนาน

       รับกับข่าว รัฐมนตรีว่าการยุติธรรม หรืออัยการสูงสุด อีริค โฮลเดอร์ ลงไปตรวจสภาพพื้นที่ที่เกิดเหตุ เรียกหน่วยงานท้องถิ่น(ระดับรัฐ)ด้านกฎหมาย มาประชุม ยิ่งทำให้นักลงทุนกังวล ต่อการสืบสวน สอบสวนเอาผิดกับทั้งคดีเพ่งและคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ที่เป็นวิศวกร และผู้บริหารบีพีที่เกี่ยวข้อง

       เป็นที่รู้กันอยู่ว่า โฮลเดอร์ นั้นเฮี๊ยบขนาดไหน.

      ทั้งรู้กันอยู่ว่า ในอเมริกานั้น ห่างไกลจาก”ตุลาการภิวัฒน์”มากเพียงใด …

มิถุนายน 25th, 2010 |

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.




  • เรื่องล่าสุด

    • สมาชิกกล่องรับสัญญาณ ASTV โปรดทราบ
    • ปรากฎการณ์“ทีปาร์ตี้”
    • งานรวมพลคนรักชาติครั้งที่ 8 เคาะข่าวริมโขง LIVE IN USA
    • อริโซน่าโมเดล
    • นางงามประกวด ตอนที่ 2
  • หมวดหมู่

    • คนจัดกวน (18)
    • คุยสบายๆ เรื่องสุขภาพ (8)
    • ช่องเสียง และ ภาพ (21)
    • ธรรมะ (4)
    • บทความน่าสนใจ (37)
    • ประกาศข่าว (49)
    • ประมวล บทความ (55)
    • พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์ (13)
    • สังคมพันธมิตรฯ (22)
    • สุทธิพงษ์ ปรัชญพฤทธิ์ (2)
    • เก็บเอามาเล่า -โดย นาย ภัทร (37)
    • เน้นประเด็นข่าว (50)
    • เปลวสีเงิน (26)
    • เรื่องขำๆ วันพันธมิตรฯ (19)
    • เรื่องเล่าจาก อาหมอ (27)
    • แถลงการณ์พันธมิตร ฯ (3)
    • ไม่มีหมวดหมู่ (77)
  • «»

  •  

    กันยายน 2010
    จ อ พ พฤ ศ ส อา
    « ส.ค.    
     12345
    6789101112
    13141516171819
    20212223242526
    27282930  
  • คลังเก็บ

  • ภาพกิจกรรม

    • วีดีโอ LA Concert
      • 03-14-2009
    • ASTV ทีวีของประชาชน
    • กระแสข่าว
    • ลิงค์ เว็ป อื่น ๆ
    • Facebook
    • ตุลาคม 2008
    • สิงหาคม 2008
    • กันยายน 2008
    • DC2009-06-27
  • Meta

    • ลงทะเบียน
    • เข้าสู่ระบบ
    • Entries RSS
    • ความเห็น RSS
    • WordPress.org
Copyright © 2010 PADUSA All Rights Reserved
RSS XHTML CSS เข้าสู่ระบบ