เสริมมงคลชีวิต รับ “ตรุษจีน”
“ซิ นเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดช้ายยย…” “โชคดีปีใหม่ ขอให้เจริญรุ่งเรือง” เพื่อให้เข้ากับเทศกาลตรุษจีน เลยถือโอกาสนำเสนอเรื่องราวของเทศกาลวันขึ้นปีใหม่แบบจีน และการเสริมสร้างความสุขทางจิตใจ ด้วยหลากวิธีในการเสริมมงคลชีวิต เพื่อเป็นการสร้างขวัญ และกำลังใจให้กับการดำเนินชีวิตของทุกท่าน เผื่อว่าจิตใจที่รู้สึกห่อเหี่ยวมาตลอดก่อนหน้านี้ จะมีกำลังวังชาขึ้นมาบ้าง
เทศกาลกับ ความเชื่อ
ตำนานโบร่ำโบราณเล่าสืบต่อกันมาว่า มีสัตว์ป่าดุร้ายออกอาละวาดกินคนจนถูกพระเจ้าลงโทษให้ลงจากเขาได้เพียง 1 วัน ใน 1 ปี เมื่อถึงวันสุดท้ายในฤดูหนาวก่อนที่ฤดูใบไม้ผลิจะเริ่มต้นจึงเป็นวันที่มัน จะออกมาทำร้ายผู้คน ทุกครัวเรือนจึงต้องสะสมเสบียง ตุนอาหารและเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน
เมื่อถึงคืนสุดท้ายของเดือน 12 ก็จะปิดประตูหน้าต่างทุกบานไม่หลับไม่นอนตลอดคืนเพื่อเตรียมรับมือกับสัตว์ ร้าย จนถึงรุ่งเช้าซึ่งตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 1 เมื่อสัตว์ร้ายถอยล่ากลับไป ทุกบ้านก็จะเปิดประตูออกมาทักทายแสดงความยินดีต่อผู้ที่อยู่รอดปลอดภัย
ต่อ มาชาวบ้านพบว่า สัตว์ร้ายตนนี้กลัวสีแดง กลัวเสียงดัง และกลัวไฟ จึงนำกระดาษสีแดงมาติดไว้บนประตูหน้าบ้าน การแขวนโคมไฟสีแดง พร้อมกับจุดประทัด และตีฆ้องระรัวกลองกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สัตว์ร้ายตกใจกลัวหนีเตลิดกลับเข้าป่าไป และไม่กล้าออกมาทำร้ายผู้คนอีก
..จนกลายเป็นที่มาของการเฉลิมฉลอง เทศกาล “ตรุษจีน” ในปัจจุบันนี้นั่นเอง…
เทศกาลตรุษจีน ที่ชาวจีน และคนไทยเชื้อสายจีนได้สืบต่อกันมานานหลายศตวรรษ ไม่ต่างไปจากวันปีใหม่ในแบบธรรมเนียมตะวันตก มีการเตรียมงานเช่นเดียวกับเทศกาลคริสต์มาส ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการซื้อของขวัญ การซื้ออุปกรณ์ประดับบ้านเรือน ข้าวปลาอาหารต่างๆ
รวมถึงการทำความสะอาดบ้านเรือนครั้งใหญ่ เรียกว่าเป็นการทำความสะอาดประจำปีเลยก็ว่าได้ เพราะหมายถึง การกวาดล้างเอาโชคร้ายออกไปจากบ้าน พร้อมกับการนำกระดาษสีแดงที่มีคำอวยพรอย่าง อยู่ดีมีสุข ร่ำรวย และอายุยืนนาน มาประดับประดาไว้ตามประตูหน้าต่าง
โดยในช่วงเทศกาล ตรุษจีน มีวันสำคัญตามธรรมเนียมอยู่ 3 วัน คือ
วันจ่าย ก่อนวันสิ้นปี 1 วัน ชาวจีนจะจับจ่ายซื้อของใช้สำหรับการไหว้ในวันรุ่งขึ้น โดยเฉพาะจุดที่เป็นตลาดใหญ่ๆ หรือเป็นแหล่งรวมของชาวจีนอย่างย่านเยาวราช จะคลาคล่ำไปด้วผู้คนที่ออกมาจับจ่ายซื้อของ
วันไหว้ การไหว้ในวันสิ้นปีตามธรรมเนียมปฏิบัติอาจมีการไหว้อยู่หลายช่วง ประกอบด้วย การไหว้เจ้าที่ในตอนเช้า การไหว้บรรพบุรุษในตอนสาย และปิดท้ายบางบ้านอาจมีการไหว้ผีไม่มีญาติในช่วงบ่ายอีกครั้ง
วันถือ ก็คือ วันตรุษจีน ทุกคนจะพูด และทำแต่สิ่งดีๆ ที่เป็นมงคล หยุดการทำงานเพราะถือเป็นวันเที่ยว มีการเดินทางไปเยี่ยมเยียนไหว้ญาติผู้ใหญ่ และมักนำส้ม 4 ผล มาแลกกัน ถือว่าเป็นการนำโชคดีมามอบให้แก่กัน
เพื่อให้เข้ากับภาวะเศรษฐกิจที่ บีบรัดทำให้หลายคนต้องใช้งบแบบประหยัด คุณก็อาจเปลี่ยนรูปแบบการท่องเที่ยวพักผ่อนในวันตรุษจีน มาเป็นการเดินทางไปไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอพรให้กับตนเองและครอบ ครัว
ชาวจีน และคนไทยเชื้อสายจีนที่เคร่งครัดในเรื่องธรรมเนียมปฏิบัติ จะมีข้อห้ามที่ไม่ควรทำในช่วงวันขึ้นปีใหม่ หรือวันถืออยู่มากมายหลายข้อ ที่พอจะจำได้ก็อย่างเช่น การไม่พูดคำหยาบ หรือพูดคำที่ไม่เป็นมงคล ไม่พูดถึงความตาย หรือเรื่องผีสางนางไม้ ต้องพูดถึงแต่เรื่องที่ให้ความหมาย หรือความรู้สึกที่ดีกับการเริ่มต้นปีใหม่
เพราะคำพูดแรกๆ ที่ได้ยินเป็นคำแรกของปี จะมีความสำคัญมากกับการเริ่มต้นในปีใหม่ และต้องไม่แสดงอารมณ์โกรธเกรี้ยว เกลียดชัง หรืออิจฉาริษยา
นอกจาก นี้ ยังมีข้อห้ามอื่นๆ เช่น ห้ามร้องไห้ ห้ามจับไม้กวาด ห้ามใช้มีด หรือกรรไกรตัดสิ่งของ ห้ามสระผม เพราะหมายถึงการชะล้างความโชคดีออกไป ควรแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่ และนิยมใส่สีแดง ที่ให้ความหมายรุ่งเรือง ความสว่าง ความสุขมาสู่ผู้สวมใส่
สิ่งที่ นิยมซื้อหากันก่อนถึงวันตรุษจีน
กระดาษแดงเขียนตัวอักษรจีนสีทอง เรียกกันว่า “ตุ๊ยเหลียง” เป็นคำอวยพรที่นิยมนำมาติดไว้สองข้างประตูบ้าน เช่น ให้ทำมาค้าขึ้น ให้มั่งมีเงินทอง รวมถึงการติดภาพเด็กผู้หญิง ผู้ชาย หรือ “หนี่อ่วย” ถือเป็นภาพมงคลของจีน เป็นงานศิลปะที่มักพบเห็นในช่วงเทศกาลตรุษจีน
เสื้อผ้าสีแดง เป็นอีกหนึ่งอย่างที่นิยมซื้อมาใส่ หรือมอบเป็นของขวัญ คนจีนนิยมใส่เสื้อผ้าสีแดงในช่วงเทศกาลตรุษจีน เพราะเชื่อว่าจะพบแต่ความโชคดี และยังเป็นการขับไล่ปีศาจร้ายออกไป ส่วนเสื้อผ้าสีขาว และดำควรงดเว้นอย่างเด็ดขาด เพราะถือว่าเป็นสีของการไว้ทุกข์
ซอง อั่งเปา ขาดไม่ได้เลยสำหรับเทศกาลนี้ เพราะเด็กๆ จะตั้งตารอคอย แต๊ะเอีย หรือซองแดงที่ผู้ใหญ่จะนำเงินใส่ในซองแล้วมอบให้กับลูกหลานวัยเด็ก หรือลูกหลานที่ยังไม่แต่งงาน
สิ่งของ มงคล สำหรับตกแต่งบ้าน หรือมอบเป็นของขวัญ ของฝาก ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของที่มีราคาแพง แต่ควรเน้นสิ่งที่มีความหมายดีๆ เป็นสิริมงคลแก่ผู้ให้ และผู้รับ อาจเป็นภาพวาด คริสตัล รูปปั้นของเทพเจ้า หรือเซียนที่ชาวจีนให้ความเคารพนับถือ เช่น เจ้าแม่กวนอิม ฮกลกซิ่ว เทพกวนอู เทพแห่งความร่ำรวย เป็นต้น
ชาวจีนยังถือเคล็ดตกแต่งบ้าน เรือนด้วย ภาพมงคล ต้อนรับปีใหม่ เพราะนอกจากจะมีสีสันที่สดใส สวยงาม ภาพแต่ละภาพยังมีความหมายที่เป็นมงคลรวมอยู่ด้วย
ภาพมงคลยอดนิยม เช่น ภาพเด็กอ้วน แก้มสีชมพู ในมือถือลูกท้อ ลูกทับทิม อุ้มปลาคราฟ ปลาทอง หรือถือดอกบัวในมือ ซึ่ง เด็กอ้วน แทนความสมบูรณ์พูนสุข ลูกท้อ แทน อายุมั่นขวัญยืน ลูกทับทิม แทน ลูกหลานมากมาย ค้างคาว หมายถึง ความสุขสวัสดี ปลาทอง แทน เงินทอง ปลาคราฟ แทน ความเจริญก้าวหน้า แจกัน หมายถึง ความสงบสุข ดอกโบตั๋น แทน ความร่ำรวยมีวาสนา และดอกบัว แทน ความต่อเนื่องยืนยาว
สัตว์นำโชค สามารถมอบให้กันเพื่อเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ได้เช่นกัน โดยเฉพาะกับบ้านเรือนที่มีความเชื่อในเรื่องศาสตร์แห่งฮวงจุ้ย เพราะเชื่อว่าจะช่วยเสริมบารมี เสริมมงคลให้กับครอบครัว เช่น มังกร เป็นสัญลักษณ์ของการเสริมอำนาจ วาสนา เสือ เสริมดวงให้มี เดช อำนาจ ชนะอมิตร ศัตรู นกฮูก ประสบความสำเร็จในเรื่องการศึกษา เต่า เสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ อายุยืนยาว ปลา เป็นสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์ กิจการประสบความสำเร็จ มีทรัพย์สินเงินทอง ช้าง เสริมอำนาจ วาสนา บารมี ทำให้เป็นที่รักใคร่ ม้า เสริมชะตาให้หน้าที่การงานเติบโตรวดเร็ว ไก่ เสริมสิริมงคลในบ้าน ทำให้ชีวิตมีแต่โชคลาภ เงินทอง หนู เสริมดวงเรื่องความสุขสมหวังในชีวิต ให้ชีวิตใหม่
สิ่งของที่เป็นมงคล อาทิ น้ำเต้า เป็นเครื่องหมายของการนำมาซึ่งโชคลาภ ดูดเงินดูดทองเข้าบ้าน ทำมาค้าขายร่ำรวย เรือสำเภา เหมาะสำหรับบ้านเรือนที่ทำการค้า เป็นสัญลักษณ์ของการนำพาโชคลาภ เงินทองเข้าบ้าน การตั้งให้หัวเรือหันเข้าหาบ้าน โมบาย ที่ทำจากท่ออะลูมิเนียม 6 ท่อ จะนำโชคมาสู่ เมื่อลมพัดทำให้เกิดเสียงจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้ออกไปจากบ้านเรือนตาม ศาสตร์ของฮวงจุ้ย
เฉลิมฉลองอย่างมีวัฒนธรรม
ตาม ธรรมเนียมปฏิบัติแต่โบร่ำโบราณ จะมีช่วงเวลาเฉลิมฉลองที่ยาวนานถึง 15 วัน หลายๆ คนใช้เวลาในช่วง 15 วันแรกของปีใหม่ เพื่อการเสริมสร้างมงคลให้กับชีวิต ซึ่งสิ่งที่ต้องกระทำในช่วงนี้ยังคงเป็นเรื่องของการไหว้เจ้า ไหว้บรรพชน การออกเดินทางไปเยี่ยมญาติมิตร และการเชื้อเชิญญาติมิตรมานั่งรับประทานอาหารที่บ้าน รวมถึงการถือศีล กินเจ เพื่อชำระล้างร่างกาย ตลอดจนการจัดเตรียมงานเพื่อฉลองโคมไฟในคืนวันที่ 15
นอก จากวันสำคัญทั้ง 3 วันที่กล่าวมาเบื้องต้น ยังมีอีกหลายๆ กิจกรรมที่ควรกระทำตามจารีตประเพณีของเทศกาลตรุษจีน อาทิ
ช่วงเย็น ของวันตรุษจีน คนในครอบครัวจะร่วมโต๊ะทาน อาหาร เสริมมงคล ซึ่งเป็นเมนูที่มีความหมายเป็นมงคล เช่น กุ้ง หมายถึง ชีวิตที่รุ่งเรือง มีความสุข เป๋าฮื้อแห้ง หมายถึง ดีทุกสิ่งทุกอย่าง จี้ไช่ (สาหร่ายที่มีลักษณะคล้ายเส้นผม) หมายถึง จะนำความร่ำรวยมาสู่ ขนมต้ม หมายถึง บรรพชนอวยพรให้ลูกหลาน
สลัด ปลาสด หรือ “หยี่ซัง” ถือเป็นเมนูจานพิเศษเพื่อเสริมมงคลชีวิต ประกอบด้วย เนื้อปลา 3 ชนิด ได้แก่ ปลาแซลมอน หมายถึง ทองคำ ปลากระพง หมายถึง สุขภาพร่างกายแข็งแรง ปลาทูน่า หมายถึง เงินทองไหลมาเทมา และธุรกิจการค้าเจริญรุ่งเรือง
เช่นเดียว กับที่บางบ้าน อาจมี การรวมญาติกินเกี๊ยว เพราะเกี๊ยวมีลักษณะเหมือน “เงิน” ของจีน จึงให้ความหมายถึงความมั่งมี มีเงินทอง
กินเจมื้อแรกของปี เชื่อกันว่าจะได้บุญเหมือนกับการกินเจตลอดทั้งปี
การไหว้สักการะเทพเจ้า ตามวัด หรือศาลเจ้าที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะในย่านเยาวราช ถือได้ว่าเป็นศูนย์รวมของสถานที่อันเป็นที่เคารพเพื่อความเป็นสิริมงคลยู่ หลายแห่ง เช่น วัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) ศาลเจ้ากวนอู ศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะ ศาลเจ้าแม่กวนอิมฉื่อปุยเนี่ยเนี้ย (อาเนี้ยเก็ง) ศาลเจ้าแม่กวนอิม มูลนิธิเทียนฟ้า วัดไตรมิตร และซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา
เทพเจ้าที่นิยมไปสักการะบูชา อาทิ เจ้าแม่กวนอิม เทพกวนอู ไท้ส่วยเอี๊ย ไฉ่ซิ่งเอี้ย พระสังขจาย เป็นต้น สำหรับไท้ส่วยเอี้ย ชาวจีนรู้จักกันดีในนามของ “เทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา” โดยในแต่ละปีจะมีประเพณีการไหว้ฝากดวงชะตาในช่วงตรุษจีนของทุกปี โดยเฉพาะผู้ที่เกิดปีชงในปีนั้น ๆ
ทุกปีจึงมีทั้งผู้ที่เกิดปีชง และปีฮะไปไหว้ขอพรต่อ “ไท้ส่วยเอี้ย” ก็อย่างคับคั่ง ซึ่ง “นายช่างเลือก” ต้องขอเล่าเป็นเกร็ดความรู้กันสักนิด สำหรับศาสตร์ความเชื่อของชาวจีนว่าด้วยเรื่อง ปีชง สำหรับ 2551 นี้ หมายถึงคนที่เกิดในปีที่เป็นปีปะทะกับปีหนูไฟโดยตรง ตามตำราจีนเชื่อว่า จะให้ผลในทางลบมากกว่าปกติ จึงต้องเร่งทำบุญทำทานให้มากเป็นพิเศษ
ปี ที่ชงกับปีชวดมากที่สุด ก็คือ ปีมะเมีย (ม้า) รองลงมาคือปีระกา (ไก่) และปีเถาะ (กระต่าย) บางตำราก็ว่ามีปีมะแม (แพะ) ได้รับผลอยู่ด้วยเล็กน้อย ส่วนพิธีกรรมการไหว้นั้น เพื่อไม่ให้สับสนหรืองงงวยมากไปกว่านี้ ท่านสามารถเดินทางไปสักการะไท้ส่วยเอี้ยได้ที่วัดเล่งเน่ยยี่ เพราะที่วัดจะมีคำแนะนำในการปฏิบัติให้ทุกขั้นตอน
ที่วัดเล่งเน่ยยี่ ยังประดิษฐานเทพเจ้าอีกหลายองค์ให้ท่านได้เลือกสักการะ ซึ่งผู้สนใจควรจะเดินทางไปแต่เนิ่นๆ เพราะทางวัดปิดทำการในช่วงเวลา 18.00 น. ของทุกวัน
สำหรับชาวไทยที่มีเชื้อสายจีน อาจถือธรรมเนียมปฏิบัติในเรื่องของการไหว้พระ 9 วัด ก็ถือเป็นเรื่องมงคลที่สมควรแก่การกระทำเช่นกัน ซึ่งวัดทั้ง 9 ที่ชาวไทยให้ความนิยมในการเดินทางไปกราบไหว้สักการะ เพื่อความเป็นสิริมงคล ล้วนเป็นวัดที่มีชื่อเสียง มีความเก่าแก่ และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ได้แก่
วัด พระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้วมรกต) ในพระบรมมหาราชวัง วัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์ท่าเตียน) แขวงบรมมหาราชวัง วัดสุทัศน์เทพวราราม เสาชิงช้า วัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม วัดกัลยาณมิตร ธนบุรี วัดไตรมิตร เขตสัมพันธวงศ์ วัดสระเกศ ป้อมปราบศัตรูพ่าย และวัดชนะสงคราม บางลำพู
“ซินเจียยู่ อี่ ซินนี้ตั่วตั่วถั่ง” ขอให้ธุรกิจก้าวหน้า กำไรงดงาม เงินเต็มถุงเต็มถังทุกคนครับ


